สิงหาคม 17, 2018

Hotel Art Fair Bangkok 2018

Facebook
Facebook
Google+
Twitter
YouTube

เดอลาแป อาร์ท สเปซ นราธิวาส

De’ Lapae Art Space Narathiwat

นำเสนอศิลปินทั้ง 9 ท่านโดย : อนีส นาคเสวี, คีต์ตา อิสรั่น, ปรัชญ์ พิมานแมน, ปุญญิศา ศิลปรัศมี, นูรียา วาจิ,กูซอฟียะห์ นิบือซา, อัมรู ไทยสนิท,  ฮิดายะห์ มะหะวี, มณีรัตน์ ธรรมนารัตน์

ในงาน Hotel Art Fair Bangkok 2018. ห้องหมายเลข 3103 ชั้น 31st ที่โรงแรม 137 Pillars Suites & Residences Bangkok,

เดอลาแป อาร์ทสเปซ เริ่มจัดตั้งพื้นที่ขึ้นในปี 2552 ก่อนที่จะเปิดเป็นทางการที่จังหวัดนราธิวาสในปี 2559 โดยก่อนหน้านี้ ได้มีการจัดแสดงนิทรรศการกลุ่มและนิทรรศการเดี่ยวในนาม เดอลาแป อาร์ทสเปซ โดยเริ่มต้นจาก คุณปรัชญ์ พิมานแมน พยายามสร้างพื้นที่ของ (Art Space) แห่งแรกขึ้นมาในจังหวัดนราธิวาส และได้เริ่มจัดทำโครงการศิลปะเพื่อสัมคมและชุมชน ซึ่งเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ในรูปแบบของนิทรรศ การศิลปะ อีกทั้งยังจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ที่เป็นลักษณะเฉพาะบุคคล นิทรรศการกลุ่ม และนิทรรศการที่ให้ ความรู้เชิงการศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อสังคม มีการจัดการทางด้านหอศิลป์ โดยคุณ คีต์ตา อิสรั่น และ คุณ ปรัชญ์​ พิมานแมน เริ่มต้นการทำงานจากการสร้างเครือข่ายของกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ ในพื้นที่จังหวัด นราธิวาส และพื้นที่ ใกล้เคียง เช่น ปัตตานี ยะลา และสงขลา ฯลฯ เพื่อเปิดโอกาสในการสร้างแรงผลักดัน และต่อยอดการทำงาน สร้างสรรค์ศิลปะ ให้กับกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่พบปะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พูดคุยแสดงความคิดเห็นร่วม กัน สู่การแสดงออกถึงรูปแบบ แนวทาง ในสร้างสรรค์ ทั้งผลงานจิตรกรรม  วาดเส้น ภาพพิมพ์ และ สื่อผสม ในรูปแบบการผสมผสานเรื่องราวและแนวความคิดทางวัฒนธรรมในวิธีการทำงาน ที่หลากหลายและมีความ แตกต่างกันของศิลปิน

ในการนำเสนอผลงานเข้าร่วมจัดแสดงในงาน Hotel Art Fair 2018 ในครั้งนี้ทางหอศิลป์ได้นำเสนอ ผลงานจากศิลปินทั้งหมด 9 ท่าน  ซึ่งเป็นการสร้างพื้นที่ในการแสดงออกเพื่อให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน ศิลปะตลอดระยะเวลที่ผ่านมาของศิลปินแต่ละท่าน ในนิทรรศการ THE NEW GENERATION SOUTH OF THAILAND เพื่อแสดงถึงมุมมองทางความคิดวิธีการนำเสนอในรูปแบบเฉพาะตนที่สอดคลองกับวิธีการดำรง ชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งความแตกต่างในการนำเสนอหรือการจัดแสดงผลงานนั้นเป็นการมอง อนาคตและ เป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อการนำความรู้และการสร้างสรรค์อันเป็นประโยชน์ให้กับเยาวชนตลอด จนเป็นการสร้าง ความเข้าใจ ไปสู่ชุมชนและสังคมพร้อมๆกัน 

เดอลาแปร อาร์ทสเปซ ได้จัดเตรียมผลงานในการจัดแสดง HOTEL ART FAIR 2018 โดยมีจำนวนผล งานประมาณ 85 ชิ้น ซึ่งเราได้พื้นที่ของ 137 Pillars Suites and Residences Bangkok ณ สุขุมวิท 39 โดยมีการจัด แสดงภายในวันที่ 9-10 มิถุนายน 2561 ในงานแสดงที่จะเกิดขึ้นนี้ เราพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้กับ ผู้ที่สนใจ คน ในวงการศิลปะจากกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ และ ผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานศิลปะจากหลาก หลายด้านได้แลก เปลี่ยนประสบการณ์ และความคิดซึ่งกัน และกัน 

Present : Anis Nagasevi, Keeta Isran, Prach Pimarnman, Punyisa Silparassamee, Nuriya Waji, Kusofiyah Nibuesa, Amru Thia Sanit, Heedayah Mahavi, Maneerat Thamnarak, 

: In Hotel Art Fair Bangkok 2018. Room 3103 on 31st Floor At 137 Pillars Suites & Residences Bangkok,

De’ Lapae art space was first constructed in 2009 and officially established in 2016, at Narathiwat, south in Thailand. De’ Lapae art space becomes the first art space where Prach Pimanman started his art project for community and society. Prach has his strong courage of developing his art space as a learning center for new generation artists. He collaborates with Keeta Isran, artist and curator, manages De’ Lapae art space to be a place where artists can share, exchange and connect each other as art community. Moreover, the space provides library and art residency private zone which gathers substantial knowledge for self – research and personal learning process.

De’ Lapae art space concentrates on the artists from the three southern provinces of Thailand and the nearest area, such as, Yala, Pattani and Songkhla. The art space also presented group exhibitions and solo exhibitions from variety artists who have their own styles, personal expression and unique concept toward different media. In painting, drawing printmaking and mixed media are based on their delicate interpretations toward lives and cultural concepts.

 For Hotel Art Fair 2018, De’ Lapae art space proudly presents magnificent artworks of 9 artists who have their own specific ways. In the name of THE NEW GENERATION SOUTH OF THAILAND, exhibits their distinctive individual concepts.

The artworks do not only project their efforts in making art, but also, shows their persistency along the way. This event will also provide artists perspective and their concentrations from different viewpoints in which viewers could get more intelligible.

We would like to announce that 85 artworks will be exhibited in Hotel Art Fair 2018. At 137 Pillars Suites and Residences Bangkok, Sukhumvit 39 which will be held from 8-11 June, 2018. We would like to invite artists, viewers and anyone who interested in art to share art experience with us at the event.

Size : 70 x 100 Per piece, Wood Cut, 2012.

อนีส นาคเสวี

Anis Nagasevi

อนีส สามารถทำภาพพิมพ์แกะไม้ที่มีทักษะและการแสดงออกของร่องรอยบนผิวไม้ได้อย่างสะดุดตา เขาเติบโต และอาศัยอยู่ที่จะบังติกอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เมื่อในช่วงวัยเด็กเขามีความสนใจใน    ลวดลายเส้นจากหนังสือการ์ตูน การวาดเส้นจากสีขาวและสีดำ จนอนีสได้เข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งในคลาสเรียนวาดเส้น คือช่วงเวลาของความสนุกที่เขาได้สร้างสรรค์ ซึ่งในช่วงเวลานั้น อนีส ได้คัดเลือกเป็นตัวแทนนักศึกษา “ จิตรกรรม ดาวเด่นบัวหลวง” รุ่นที่ 1 และได้รับรางวัล ประเภทผลงานสร้างสรรค์ดีเด่น ต่อมาเขาได้สอบเข้าเรียน ในสาขาวิชาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์  มหาวิทยาลัย ศิลปากร ในช่วงของการค้นคว้า และทดลองกระบวนการภาพพิมพ์ เขาได้รับรางวัล ศิลปินรุ่นเยาว์ เหรียญทอง และ เหรียญ ทองแดง จากเวทีศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 58 และได้ร่วมแสดงผลงานอย่างต่อเนื่อง ในปี 2018 เขาได้ร่วมนิทรรศการ Patani Semasa ที่ Maiiam Contemporary Art Museum  Chiang Mai  และ Ilham Gallery Kuala Lumper Malaysia

แนวความคิด ของชุดผลงานภาพพิมพ์ ร่องรอยบนแผ่นไม้  ผิวสัมผัสทางความรู้สึก การรับรู้เรื่องราวจากบุคคลใน เหตุการณ์พื้นที่ชายแดนใต้ ผ่านรูปทรงใบหน้าคน (Portrait) ภาพคนครึ่งตัว ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก สะท้อนแนวความคิด ความสูญ เสียจากบุคคลใกล้ชิดของครอบครัว รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ของ ตัวละครขึ้นมาใหม่ภายใต้การประชดประชัน ทางความรู้สึก ต่อเหตุการณ์ที่เเกิดขึ้น จากการเผชิญหน้ายอมรับความจริงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อนีสนำกระบวนการภาพ พิมพ์แกะไม้ เพื่อ พิมพ์ซ้ำ ในน้ำหนักจากเข้ม สุดของสีดำ และสว่างที่สุดของสีขาว เป็นกระบวนการภาพพิมพ์สองน้ำหนัก ขั้นพื้นฐานที่เขา สามารถเก็บ รายละเอียดได้ ทั่วทั้งใบหน้าและแววตา นั่นคือเสน่ห์ในผลงานของเขา เกิดเป็นจังหวะและลาย เส้นที่ปรากฏ บอกเล่า และตี ความถึงทางความรู้สึกเหล่านั้นได้อย่างดี

Anis Nagasevi was born and raised in Cha Bang Ti Ko, Pattani. His interest in art started from comic books, he was fascinated in lines, black and white. After he finished his high school, he decided to study art at Faculty of Fine and Applied Art, Prince of Songkla University. In his university years, creative drawing class is his favorite where he could develop his own unique style. He won the first Bualuang Young Thai Artist Painting Competition in 2007. Then, he pursued his master degree in Visual Arts major, at Faculty of Painting, Sculpture and Graphic Arts, Silpakorn University. While he was studying, he has won a gold and bronze medal (Printmaking), from the 58th National Exhibition of Art.
His works was selected in “Patani Semasa” exhibition at Maiiam Contemporary Art Museum Chiang Mai and Ilham Gallery Kuala Lumper Malaysia in 2018.

Concept “trace on wood plate set of printmaking”. Anis portrays his emotional and radical experiences from insurgency. His distinctive sarcastic printmaking related to people who have been lost from the violence. His talented skill shows his developing personal deliberate techniques on wood plate. So, the details of facial expression allow viewers to appreciate more sentimental movement and lines.

คีต์ตา อิสรั่น

Keeta Isran

คีต์ตา อิสรั่น ศิลปินหญิง ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Muslimah Collective การสร้างสรรค์กลุ่มคนทำงานศิลปะ จากศิลปิน หญิงรุ่นใหม่ ที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส คีต์ตา เกิดที่กรุงเทพมหานคร ในชุมชนมุสลิม บ้านครัว ก่อนที่จะเข้า มาศึกษาศิลปะใน ระดับปริญญาตรี คณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และ เข้าศึกษาต่อใน ระดับปริญญาโท ที่คณะ จิตรกรรม ประติมากรรม และ ภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สาขาวิชาทัศนศิลป์ (ภาควิชาศิลปไทย)  ก่อนที่จะไปศึกษาศิลปะ ที่ประเทศ สหรัฐ อเมริกา  ที่สถาบัน  The Art Students League of New York และได้ร่วมแสดงงานผลงาน ประติมากรรมไม้กับ กลุ่มศิลปิน

การทำงานศิลปะจากแรงดลใจที่ตัวฉันรู้สึก สิ่งเร้าที่กระตุ้นเรื่องราว จากประสบการณ์และสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ การสะท้อนภาพความรู้สึกของสตรีมุสลิมที่อาศัยในพื้นที่ชายแดนใต้ของ ประเทศไทย จากรูปทรงและการ แสดงออกผ่านใบหน้า และแววตาด้วยอากัปกริยาการแสดงออก สีหน้าและความรู้สึก จากภาพความทรงจำในความรู้สึก ของสตรีมุสลิม และที่ผ่านมา ผลงานของคีต์ตา เคยจัดแสดงนิทรรศการ เดี่ยว ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอศิลปเจ้าฟ้า ในชื่อนิทรรศการ So Hope จากความ หวัง และยังได้รับรางวัลศิลปกรรมบัวหลวง เหรียญทอง และ เหรียญเงินประ เภทศิลปกรรมร่วมสมัย ในปี 2555-2558  และ รางวัลเหรียญทองแดงจากการประกวด ศิลปกรรมแห่งชาติ  และรางวัล ยอดเยี่ยม จากเวทีศิลปกรรมนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน ยังได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดอีกหลาย รางวัล และตลอดการสร้างสรรค์ผลงานยังได้รับโอกาสในการแสดง ผลงานร่วมกับศิลปินชั้นนำของประเทศไทย

อีกทั้ง คีต์ตา ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ที่หน้าจับตามองของ ประเทศไทย (ThaiLand Eye) และ  101 ศิลปินไทยที่หน้าจับตามอง ในปี 2017 รวมทั้งได้จัดแสดงนิทรรศการ Muslimah โดยกลุ่มศิลปิน ผู้หญิงมุสลิม ที่หอศิลป วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ และจัดแสดงผลงานในนิทรรศการ Patani Semasa ที่ Maiiam Contemporary Art Museum  Chiang Mai และ Ilham Gallery Kuala Lumper Malaysia  และในปี 2018 ได้ถูกรับเชิญให้ร่วมแสดงงานงาน Bangkok Art Biennale ตัวแทนของกลุ่มศิลปินไทยจาก ภาคใต้ Muslimah Collective

แนวคิดผลงาน ผลงานชื่อ  Form of Symbolic การนำชุดผลงานที่เคยได้จัดแสดงเดี่ยวในปี 2558 ทั้ง ชุดผลงาน วาดเส้น สร้างสรรค์ ภาพพิมพ์วัสดุและ ผลงานสื่อผสม ในชุดบันทึกของความทรงจำ ในกระบวนการทำงานที่มีความ แตกต่างของรูป แบบและวิธีการที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้ายึดเป็นวิธีในการทำงานศิลปะ คือ เรารับรู้และแสดง ออกภายใต้ความรู้สึก ข้างในให้คนดูสามารถรับรู้และเข้าใจ ในเรื่องราวและ การตีความผ่านภาษาภาพ ภาษาของศิลปะ ที่งดงามที่สุด

Keeta Isran, a female artist, curator and founder of Muslimah Collective; the group of new coming female artists where located in Narathiwat. Keeta was born in Bangkok, raised in Muslim community. Later, her family moved to south of after, she went to The Art Student League of New York, USA. Keeta was also joined a group exhibition showing her wooden sculpture for her graduation.

Keeta is a distinctive female artist who portrays her Muslim and cultural tradition into her significant artworks.  She combined her experiences, recollection and environment stimulating her expressional force to art. Her works reflect feminine Muslim feelings through forms, facial expressions and meaningful gestures. Keeta has been selected to show her artworks to many museums and galleries. “So Hope” was her solo exhibition at The National Art Gallery. Furthermore, her artworks won many awards, for example, Gold and Silver Medal from Bualuang Painting Competition. A Bronze Medal (Painting), 58th National Exhibition of Art.

Keeta was selected as a new generation female artist of Thailand in the name of ThaiLand Eye. In addition, she was one of the 101 most outstanding artists of Thailand in 2017. She exhibited “Patani Semasa” at Maiiam Contemporary Art Museum Chiang Mai and Ilham Gallery Kuala Lumper Malaysia in 2018. Moreover, she is invited to be part of the Bangkok Art Biennale representing Muslimah Collective and artists from south.

Form of Symbolic the artworks from her solo exhibition in 2015. There are drawings, printmaking on objects and mixed media; as a set of her memoirs. Her artworks consist different methods and styles of expression. However, she expresses all matters and personal feeling into symbolic interpretation in which viewers would perceptibly perceive and connect with her deliberate works.

Thailand. She graduated her bachelor degree from Faculty of Fine and Applied Art, Prince of Songkla University. She followed her master degree in Visual Arts major, at Faculty of Painting, Sculpture and Graphic Arts, Silpakorn University. Then

Size 120 x 150 cm. Technique Batik, drawing, 2015.

นูรียา วาจิ

Nuriya Waji

นูรียา วาจิ เกิดและเติบโตที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ก่อนที่จะเข้าศึกษาทางด้านศิลปะที่ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ในคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และ ภาพ พิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สาขาวิชาทัศนศิลป์ (ภาควิชาศิลปไทย) ในช่วงของการศึกษาและการเรียนรู้ นูรียา เคยได้รับรางวัล ในเวทีประกวดระดับชาติ เช่น ศิลปกรรม ปตท ศึกษาดูงานที่ประเทศ ญี่ปุ่น และได้จัดแสดงนิทรรศการ Muslimah โดยกลุ่ม ศิลปิน ผู้หญิงมุสลิม ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ และแสดงผลงานในนิทรรศการ Patani Semasa ที่ Maiiam Contemporary Art Museum  Chiang Mai  และ Ilham Gallery Kuala Lumper Malaysia และในปีล่าสุดได้ถูก รับเชิญให้ร่วม แสดงงานงาน Bangkok Art Biennale ในนามกลุ่ม Muslimah Collective  2018  

แนวความคิด ชุดผลงาน เหตุการณ์ ที่ฉันรู้สึก สนใจในการผสมผสานเทคนิคการย้อมผ้าจากสีบาติก และเรื่องราวจาก เหตุการณ์ หรือเรื่องสะเทือนใจใกล้ตัว โดยใช้เทคนิคและวิธีการผสมผสานกับเรื่องราว จากร่องรอยของการนำดินสอดำ เน้น เรื่องราวภาพของความรู้สึก บันทึกลงไปบนผืนผ้า ที่ผ่านการย้อมสี และ แปรเปลี่ยนเรื่องเล่าผ่านลายเส้นจากรูปทรงบนใบหน้า ของเธอ ให้กลายเป็นการซ้อนทับรูปทรง ใบหน้าครึ่งตัวของตนเอง จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชาย แดนภาคใต้ ทั้งอดีต และปัจจุบัน ส่งผลต่อความรู้สึก “ความหวาดระแวง” ที่ที่เรียกว่าบ้าน ได้แปรเปลี่ยนเป็นความรู้ สึก ความคิด เปรียบดัง สีขาวและสีดำ ที่ปรากฏในภาพของผลงาน การได้เห็นจากภายนอก หรือ ภายใน ผ่านรูปทรงสัญลักษณ์ ของ มุสลิมะห์ ความงามบนผืนผ้าและฮิญาบ การแสดงออกถึงจังหวะทิศทางของอารมณ์ ที่เหลือเพียงร่องรอยความรู้สึกในรูปแบบของการวาด เส้น 

Nuriya Waji, a female Muslim artist who was born and raised in Sai buri, Pattani. She graduated her bachelor degree from Faculty of Fine and Applied Art, Prince of Songkla University. She pursued her master degree in Visual Arts major, at Faculty of Painting, Sculpture and Graphic Arts, Silpakorn University. While she was studying, Nuriya has won national PTT painting competition. Then after, she won art education trip to Japan. Nuriya had a group exhibition, Muslimah, which presented many distinctive artworks from female Muslim artists. The exhibition was held at Bangkok Art Cultural Centre (BACC). Later, her works in “Patani Semasa” were exhibited at Maiiam Contemporary Art Museum Chiang Mai and Ilham Gallery, Kuala Lumper Malaysia. Recently, her artworks were selected to be part of the Bangkok Art Biennale 2018 in the name of Muslimah Collective.

Concept: “Emotional Incident series”. Nuriya expresses her emotional and drastic experiences from south Thailand insurgency with drawing on Batik. The technique allows her to build more expressional lines of her overlapping self-portraits. Terrified experiences from past and present have been occurred at the place where she calls “HOME”. She transforms her fear and insidious into black and white colors. There are Muslimah symbols, beautiful hijab and movement feeling in her drawings.

37 x 55 cm. Water Color and Black ink on Paper, 2013.

ปรัชญ์ พิมานแมน

Prach Pimarnman

ปรัชญ์ พิมานแมน เติบโตที่จังหวัดนราธิวาสและเป็นผู้ขับเคลื่อนกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ โดยก่อตั้งกลุ่มศิลปะ และสร้างแรง บันดาลใจให้เกิดการแสดงผลงานกลุ่ม ในจังหวัดนราธิวาส อีกทั้ง ได้ก่อตั้ง De’Lapae Studio ขึ้นในช่วงที่ศึกษาในระดับ ปริญญาตรี จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโท จาก คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และ ภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัย ศิลปากร สาขาวิชาทัศนศิลป์ (ภาควิชา ศิลปไทย) ก่อนที่จะไปศึกษา ศิลปะที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา ณ The Art Students League of New York และได้จัดร่วมแสดงผลงาน ประติมากรรมไม้ และในกระบวนการทำงานสร้างสรรค์ของปรัชญ์ ได้ให้ความสนใจในการผสมผสานเรื่องราวของวัตถุที่มี ผลต่อความรู้สึก ไม่ว่า จะเป็น ดิน ทราย ไม้ เหล็ก และ เสื้อผ้า จากท้องถิ่นที่ส่งผลต่อสภาพทางความรู้สึกใน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนำ เนื้อหาและเรื่องราวที่เราสัมพันธ์ผ่านความรู้สึก มาแสดงเพื่อให้เกิด สัญญะ จากการแทนค่าในความหมายของวัตถุเหล่านั้น รวมถึงการใช้วัตถุรอบตัว แสดงความหมายถึงความ รู้สึกที่แตกต่างกันออกไป จากสภาวการณ์ที่พบเจอในชีวิตประจำวัน และการอาศัยอยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ได้รับรู้ถึงความคิดเห็นและมุมมอง การเปลี่ยนแปลงของสภาพ ความ เป็นอยู่ รวมถึงวิถีชีวิตของผู้คนในสังคม การตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและพยายามสร้างความเข้าใจในการสื่อสารระหว่างกัน ในสภาวะของพื้นที่ และการปรับตัวใช้ชีวิตดำรงอยู่ในสังคมปัจจุบัน

จากผลงานที่ผ่านมา ปรัชญ์ ได้จัดแสดงผลงานนิทรรศการเดี่ยวในชื่อ “ฉันพูดถึงเขาเป็นความจริง หรือการหลอกลวง” เพื่อเป็นการตั้งคำถามถึงการสื่อสารออกไป ผ่านรูปแบบวิธีการที่แตกต่างกัน การสร้างสัญลักษณ์ของความรู้สึก ที่ทุกคน ต่างรับ รู้เรื่องเดียวกันสิ่งเดียวกัน แต่เข้าใจกันคนละประเด็น ตลอดจนได้มี โอกาสร่วมแสดงผลงานมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2017 ปรัชญ์ ได้จัดแสดงผลงาน ในรูปแบบสื่อผสมการจัดวาง กับพื้นที่ ในนิทรรศการ Patani Semasa ที่ Maiiam Contemporary Art Museum  Chiang Mai  และ Ilham Gallery Kuala Lumper Malaysia ในปี 2018 นี้ด้วย

แนวคิดผลงาน ผลงานชื่อ  Brown shadow : 150 x 150 cm. 2016 สัญลักษณ์จากความรู้สึกจาก สภาพแวดล้อมที่หลาก หลายมิติของสังคม เกิดเป็นการหลอมรวมความสุขสงบ ท่ามกลางความทุกข์ต่างๆ จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สาม จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังคงมีสภาพแวดล้อม และสภาพชีวิตที่ดี ท่ามกลางปัญหาต่างๆเหล่านั้น

Prach Pimarnman is an artist, a lecturer, a De’ Lapae art space founder who grown up in Narathiwat. Prach has strong courage of running an art community for new generation artists around the three southern provinces of Thailand and close areas. De’ Lapae art space was founded to be a place where he put his effort to circulate art community, art education center and art exchange.

Prach graduated his bachelor degree from Faculty of Fine and Applied Art, Prince of Songkla University. He continued his master degree in Visual Arts major, at Faculty of Painting, Sculpture and Graphic Arts, Silpakorn University. Then after, he went to The Art Student League of New York, USA. Prach was part of group exhibition there, in which, to exhibit his wooden sculpture. His works are mainly about meaningful objects such as soil, sand, wood, steel or clothes. These significant objects reflect emotional and local content as representation from the three southern provinces of Thailand. Although, these valuable objects give personal different meanings comparing to personal different situations. Furthermore, he has learned differences between the area where he grown up and other places. There is diversity in opinions, perspectives and way of people lives. His works also reveal how he determine and comprehend through space and his precise state of mind.

“I SAID TO YOU was true or deception” his solo exhibition originated through his controversial symbols which effect various ideas. He continued exhibiting his works as installation, especially in 2017, “Patani Semasa” at Maiiam Contemporary Art Museum Chiang Mai and Ilham Gallery Kuala Lumper Malaysia in 2018.

“Brown shadow: 150 x 150 cm. 2016” represents emotional symbols from the diversity in society. His work depicts tranquility and positive mind state that he has been learned from grieve and violent situation in the south.

อัมรู ไทยสนิท

Amru Thaisanit

อัมรู ไทยสนิท เกิดในพื้นที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส หลังจากจบการศึกษาในระดับมัธยมปลายในเขต อำเภอระแงะ เขาได้ไปศึกษาต่อใน สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์วิทยาเขต ปัตตานี ในระหว่างศึกษาอยู่ช่วงชั้นปีสุดท้าย อัมรูได้สร้างสรรค์ผลงานที่แสดงถึง ความคิดความรู้สึกของตนต่อสถานะ การณ์ทางสังคมไว้อย่างหลากหลาย ด้วยผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ อัมรู จึงได้เข้าร่วมการแสดงผลงานศิลปะครั้งสำคัญ อย่างนิทรรศการ ต้องมนตรา ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เข้าร่วมโครงการศิลปินในพำนัก SYNC ARTIST IN RESIDENCY ความร่วมมือระหว่างหอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กับ หอศิลป์ เดอลาแปอาร์ทสเปซ นราธิวาส และได้ร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการ Patani Semasa ที่ Maiiam Contemporary Art Museum  Chiang Mai  และ Ilham Gallery Kuala Lumper Malaysia ในปีล่าสุด

แนวความคิด ของชุดผลงานจิตรกรรม การวาดเส้นผ่านรูปทรงกระสุนปืน และ ประติมากรรมการ เหล้าไม้ เสมือนการขัดเกลาจิตใจของตนเอง ประกอบเป็นผลงาน ชุดสื่อผสม การจัดวาง ศิลปะกับสิ่งแวด ล้อม โดยใช้รูปทรง กระสุนปืน อันเป็นสัญลักษณ์จากความรู้สึกของตนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัว อัมรูจึงสร้างสรรค์ผลงานออก มาในลักษณะการบันทึก เรื่องราวเหตุการณ์ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านรูปแบบ และวิธีการที่แตกต่าง นำสัญลักษณ์ จากความรู้สึกที่เข้าได้รับผลกระทบมาตั้งแต่เด็ก ความสะเทือนใจที่กระตุ้นให้ ผลงานของอัมรู มีความชัดเจนและโดดเด่น ทั้งเรื่องราว และกระบวนการที่มีความเชื่อมโยงกันได้อย่างชัดเจน

Amru Thaisanit was born in Ra Ngae, Narathiwat. He finished his high school and decided to go to Faculty of Fine and Applied Art, Prince of Songkla University. In his last semester, he created a set of significant works which determined his personal interpretation toward the violence in the South of Thailand. His unique style allows him to become a young artist talent Thailand. His works were exhibited The [R] Ejecting mantra by Rai.D Collective at Art Centre, Silpakorn University. Moreover, he went on Sync Artist in Residency with cooperating between Art Centre, Silpakorn University and De’Lapae art space Narathiwat. Lately in 2018, he has been joined several exhibitions, for example, “Patani Semasa” at Maiiam Contemporary Art Museum Chiang Mai and Ilham Gallery, Kuala Lumper Malaysia.

Concept: Drawing and Wood Carving seriesAmru has worked in different media. His works consist bullet shaped drawing, wood carving sculpture and mixed media installation. The bullets are characterized his sentimental and radical experiences from insurgency which effected his family. His works become melancholic memoirs of the political violence in the three provinces, Thailand. His works is distinctive and explicit interpretation which viewers could easily recognize. 

กูซอฟียะห์ นิบือซา

Kusofiyah Nibuesa

กูซอฟียะฮ์ นิบือซา ศิลปินหญิงมุสลิม เกิดและเติบโตที่จังหวัดปัตตานี เธอสนใจในกระบวนการอันซับซ้อน และความละเอียดของการทำภาพพิมพ์ การรับรู้ความงามของพื้นผิว งานพิมพ์จากวัสดุการประกอบกระดาษจากการ ผสมผสาน วัสดุ และ ระนาบของมิติ ทำให้เธอเริ่มต้นการทำงานศิลปะและเลือกเข้าเรียน ศึกษาที่คณะ ศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ก่อนที่จะไปศึกษาต่อในระดับ ปริญญาโท ที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สาขาวิชาทัศนศิลป์ (ภาควิชาภาพพิมพ์) กูซอฟียะห์ได้รับรางวัล จากเวทีประกวด ศิลปกรรม ปตท ครั้งที่ 31 และได้ร่วมแสดง นิทรรศการศิลปะต่างๆ รวมถึงการได้รับทุนในฐานะ ศิลปินรุ่นใหม่ไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศสหรัฐอมเริกา และในปีล่าสุดได้ถูกรับเชิญให้ร่วมแสดงงานงาน Bangkok Art Biennale ในนามกลุ่ม Muslimah Collective  2018

แนวความคิด ชุดผลงาน อัตลักษณ์วิถี การสร้างสรรค์ผลงานของกูซอฟียะฮ์ พูดถึงวิธีการดำรงชีวิตของผู้คน ในพื้นที่ ปัตตานี ยะลา คุณค่าและความงดงามที่ปรากฏขึ้น คือ สิ่งที่เธอรับรู้และรู้สึกผูกพันกับวิธีการดำรงชีวิตอย่างสุข สงบและเรียบง่าย  การสังเกตุและการจดจำ เรื่องราว ผ่านวัตถุสิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงเครื่องแต่งกายที่เธอนำเสนอผ่าน ผลงานการตัดประกอบกระดาษ โดยผ่านกระบวนการพิมพ์หมึก และ ฉลุ กระดาษ บนพื้นผิวของสีเสมือนธรรมชาติ การเชื่อมโยงเรื่องราวจากรูปทรงคน และสภาพวิถีชีวิตของ บุคคลๆ คนนั้น การแสดงออกที่สามารถให้คนดูเข้าใจถึง เรื่องราวความเป็นจริง

Kusofiya Nibuesa, a female Muslim artist who was born and raised in Pattani province. She fascinates in complicated and deliberate techniques of printmaking. She is attracted with beautifully textures, plane and dimension that effected from printmaking techniques. Kusofiya graduated her bachelor degree from Faculty of Fine and Applied Art, Prince of Songkla University. She pursued her master degree in Visual Arts major, at Faculty of Painting, Sculpture and Graphic Arts, Silpakorn University. Her artworks won many awards, for example, 31th PTT painting competition. Her works were selected to show in various exhibitions, as well as, wining an art study scholarship in USA. In Bangkok Art Biennale 2018, her works will be held t as one of the artists from Muslimah Collective.

Concept: Identification way of life series. Kusofiya values Muslim tradition that she grown up with, then, interprets into her deliberate artworks. She is bounded with her peaceful culture, so that, she observes and remembers all delicate details to portray in her artworks. Traditional cloth and typical objects were used as representational which related with human forms and Muslim life. She expresses through ink and stencil technique on realistic color surface.

37 x 25 cm. Drawing on Natural Material, 2015.

ฮิดายะห์ มะหะวี

Heedaya Mahawee

ฮิดายะห์ เกิดและเติบโตในอำเภอเบตง จังหวัด ยะลา เธอมีความสนใจในศิลปะและทักษะงานฝีมือ ความละ เอียดและความประณีตในการทำงานศิลปะคือเสน่ห์ในผลงานของเธอ เธอจบการศึกษาในระดับมัธยมปลายจาก โรงเรียนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดยะลา และได้เข้าไปศึกษาต่อใน สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตลอดช่วงปีการศึกษา ด้วยความขยัน และความตั้งใจในการเรียนของ ฮิดายะห์ เธอเป็นตัวแทนของนักศึกษาในสาขาวิชา เข้าร่วม จิตรกรรมดาวเด่น บัวหลวงในปี 2558 และจากการคัดเลือก ค่ายเยาวชน บ้านดำ การได้ทำกิจกรรมร่วมกัน หรืออยู่รวมกันใน สังคม ซึ่งปัจจุบันดายะได้จัดแสดงนิทรรศการ Muslimah โดยกลุ่มศิลปิน ผู้หญิงมุสลิม ณ หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพ และในปี 2018 ได้ถูกรับเชิญให้ร่วมแสดง ผลงาน Bangkok Art Biennale ในนามกลุ่ม Muslimah Collective   

แนวความคิด ของชุดผลงานศิลปะจากวัสดุธรรมชาติ (หญ้าแห้ง) ที่สามารถแปรเปลี่ยนผลการรับรู้ทางความ รู้สึกได้แตกต่างและน่าสนใจ โดยเฉพาะการประกอบรูปทรง จากพื้นผิว และน้ำหนักจากการวาดเส้นในกระบวนการ แสดงออกของศิลปะที่เธอได้แรงบันดาลใจมาจาก ครอบครัว จากการที่ฮิดายะห์เติบโต และเป็นลูกสาวคนโตของครอบ ครัว ความเข้มแข็งและความเสียสละในหน้าที่ของพี่สาว ภาพสะท้อนที่ปรากฏในรูปทรงของใบหน้า (ผู้หญิง) แม่และ ยายของเธอ คือ ความรักและความสุขที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ การพัฒนาผลงานของดายะ เป็นการสะท้อนเรื่องราวความ รู้สึกที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์รอบตัว ผลงาน สร้างสรรค์ในแต่ละชุดมีความเป็นลักษณะเฉพาะที่แสดงออกถึง วิธีการ และเทคนิคได้อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา

Heedaya Mahawee was born and raised in Be Tong, Yala. She has her interest in art since she was young and develops her artistic skill into art and craft. Heedaya graduated her bachelor degree from Faculty of Fine and Applied Art, Prince of Songkla University. She becomes a young talent artist since she was an art student, she won an award from Bualuang Young Thai Artist Painting Competition. She was an art student participant at Ban Dam, an art youth camp founded by Thawan Duchanee; a national artist. Heedaya had a group exhibition, Muslimah, which represented many distinctive artworks from female Muslim artists.  Recently, in Bangkok Art Biennale 2018, her works are invited to be part of the exhibition in the name of Muslimah Collective.

Concept: Art from natural material (hay). Heedaya grown up and had strong bound with her mother and grandmother. As the first daughter in her family, she puts her effort and sacrifice to be a great sister. Her works portray facial expressions of female Muslim as drawing on hay. Her artworks show how she relates her personal experiences and consists her deliberate artistic technique into her very unique style.

มณีรัตน์ ธรรมนารัตน์

MANEERAT TAMNARAK

มณีรัตน์ เกิดและเติบโตในอำเภอหลังสวน จังหวัด ชุมพร เธอมีความสนใจในศิลปะและทักษะงาน ฝีมือการ ประกอบวัสดุที่มีความแตกต่างกัน  ในผลงานการแสดงออกความเป็นตัวเองอย่างชัดเจน เธอจบการศึกษาในระดับ มัธยมปลาย จากโรงเรียนประจำจังหวัดชุมพร และเดินทางมาไกล้จากภาคใต้ตอนบน เพื่อเข้ามาศึกษาต่อใน สาขาวิชา ทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ตลอดช่วงปีการศึกษา ด้วยความขยันและความตั้งใจในการเรียน รู้จักอ่านและใฝ่หาวิชาความรู้  เธอได้เป็นตัว แทนของนักศึกษาในสาขาวิชา ได้คัดเลือกเข้าค่ายเยาวชน บ้านดำ การได้ทำกิจกรรมร่วมกัน หรืออยู่รวมกันในสังคม ซึ่งปัจจุบันมณีรัตน์ได้มุ่งมั่นและเดินหน้าต่อ เพื่อค้นคว้าหาความรู้ และเข้าศึกษา ในระดับปริญญาโท สาขาวิชาทัศนศิลป์ ภาควิชาศิลปไทย คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

แนวความคิด ของชุดผลงานจิตรกรรมวัสดุผสม จากร่องรอยบนแผ่นไม้ การแสดงความจริงของวัสดุ และผิว สัมผัสทางความรู้สึกที่ปรากฏขึ้น บนเศษไม้แต่ละแผ่นที่เรียงและทับซ้อนกัน ถูกประกอบก่อร่าง กลายเป็นรูปทรงขึ้น ใหม่ ที่เธอหยิกยกเรื่องราวความทรงจำและความผูกพันในช่วงวัยเด็ก การเติบโตมาใน ลักษณะวิถีชีวิตท้องถิ่นภาคใต้ทั้งภาคใต้ตอนบนและภาคใต้ตอนล่าง ความแตกต่างของสองพื้นที่ ที่เธอเสนอแนวความคิดเรื่องเครื่องครัว ความประ ทับใจในวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ในบ้านและความรักความเข้าใจ ในครอบครัว สะท้อนเรื่องราวของรูปทรงจากอุปกรณ์ ของเครื่องครัว ในการประกอบอาหารอันเป็นหัวใจ สำคัญของครอบครัว ทุกๆบ้าน ทุกๆพื้นที่

Maneerat Tammart was born and raised in Lang Suan, Chumphon. She has her interest in art, craft and variety in material usage. Maneerat graduated her high school and went deep South to study her bachelor degree at Faculty of Fine and Applied Art, Prince of Songkla University.

Maneerat has strong goal to achieve in art, she puts her effort in every class she took. Her outstanding artworks lead her chance to the famous young artist camp; Ban Dam. She gained more artistic experience, as much as, got more courage to go on her artist career path. Later on, she starts following her master degree in Thai traditional art, Visual Arts major from the Faculty of Painting, Sculpture and Graphic Arts, Silpakorn University.

Concept: Mixed media and traces on wood plate series. Maneerat spent her childhood in Chumphon, upper South. Then, she moved to deep South to study art. She found many different aspects in two places, but the common things which people share together is “Kitchen”. Her artworks project her childhood memory revealing on realistic material and tangible surface. She overlaps each piece of wood, orderly. Her skillful technique directs new definition and emotional forms relating to kitchen utensil which remind her about warmth in family.

ปุญญิศา ศิลปรัศมี

Punyisa Silparassamee

ปุญญิศา ได้เล่าประสบการณ์ผ่านแนวความคิดและมุมมองจากการรับรู้ผ่านสื่อของโลกภายนอก สิ่งที่รับรู้กับ ความเป็นจริงที่ได้สัมผัส นั้นมีความต่าง คล้ายกับมีความพร่าเลือนบางอย่างซ้อนทับอยู่ “ฉันจึงแปรเปลี่ยนประสบการณ์ การรับรู้จากความต่างทางศาสนา สังคม วัฒนธรรม วิธีคิด ชีวิตความเป็นอยู่ ที่ได้รับจากประสบการณ์ตรง มาเป็นนัยยะทางศิลปะ” การรับรู้ถึงสิ่งที่ถูกนำเสนอจากสื่อ แท้จริงมีความดีงาม และความประทับใจอยู่ภายใน เธอสำเร็จการศึกษา ระดับ ปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิจิตรศิลป์ เอกประติมากรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง การแสดงความเป็นตัวตน (Identity) ในลักษณะเฉพาะของการทำงานศิลปะ ความเข้มแข็ง และ ความมุ่งมั่นอย่างอดทน ที่เราจะเห็นในศิลปินหญิงรุ่นใหม่ การทำงานอย่างมีแบบแผน ที่จัดวางระบบความคิด และศึกษา การวิเคราะห์การทำงานศิลปะ ให้สามารถพัฒนาแก้ไขและปรับปรุงรูปแบบการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

แนวความคิด ชุดผลงานประติมากรรมประกอบไม้  การสื่อสารผ่านสัญญะ ของรูปทรง ความจริงแท้ ของวัสดุ (ART PURE ) คือวิธีคิดของคนทำงานศิลปะ การถ่ายทอดและแสดงออกจากความรู้สึกภายในใจ สู่กระบวนการนำวัสดุ ไม้ การความขัดแย้งของวัตถุ ที่สามารถเชื่อมโยงและประสานความกลม กลืนด้วย เทคนิคการประกอบไม้ เพื่อจัดวางกับ พื้นที่ ผ่านรูปทรงเรขาคณิต ในรูปแบบศิลปะการจัดวางการนำรูปทรงมาสลายรูปและประกอบขึ้นใหม่ ในลักษณะ ผลงานรูปแบบนามธรรม อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของศิลปิน

Punyisa shares her perspective toward her perception of global media. She found differences between outside and inside information. There is the overlapping truth. “I have changed my viewpoint about the differences in religion, society, culture, attitude and way of life. Then, I become more open-minded when I have directly shared my own experience into art consequences”. However, the news from media also has its own beautifully good point. Punyisa graduated her bachelor degree from Bachelor of Fine Arts Program in Sculpture, Faculty of Architecture, King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang.

She has her own strong identity of expression and style. Her artworks show how her precise direction and attitude. She is totally an example of young female artist who puts her consistent effort on making art. Her distinctive artworks have been orderly organized and developed. She still continues learning and well systematizing her own career path.

Concept:  wood joined sculpture. Punyisa reduced realistic forms into geometric shapes and combined them together. Her precise decision leads new definition and direction of art perception. She shows the real truth of pure subject and material.She accumulates contrast objects which gave different meanings all together. Her artworks are finally harmonized and become her own unique style.